เสารถโฟล์คลิฟท์ 2 ตอน 3 ตอน และ Full Free Lift ต่างกันอย่างไร

การเลือก เสารถโฟล์คลิฟท์ (Forklift Mast) มีผลโดยตรงต่อความสูงในการยกสินค้า ความสูงของตัวรถขณะทำงาน และความเหมาะสมกับพื้นที่ เช่น โกดัง ชั้นวางสินค้า หรือการเข้า–ออกตู้คอนเทนเนอร์

ประเภทที่พบได้บ่อย ได้แก่ เสา 2 ตอน เสา 3 ตอน และระบบ Full Free Lift ซึ่งมีลักษณะการทำงานแตกต่างกัน

เสารถโฟล์คลิฟท์ 2 ตอน คืออะไร

เสา 2 ตอน (Duplex Mast) ประกอบด้วยโครงเสาหลัก 2 ชุดที่เลื่อนซ้อนกันเพื่อเพิ่มความสูงในการยก

จุดเด่นคือ

  • โครงสร้างไม่ซับซ้อน
  • ดูแลรักษาง่าย
  • เหมาะกับงานยกความสูงระดับทั่วไป
  • เหมาะกับโรงงานหรือลานสินค้าที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพดานมากนัก

หากใช้งานในพื้นที่เปิดหรือชั้นวางสินค้าไม่สูงมาก เสา 2 ตอนถือเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้สะดวก

เสารถโฟล์คลิฟท์ 3 ตอน คืออะไร

เสา 3 ตอน (Triplex Mast) มีโครงเสาเลื่อนซ้อนกัน 3 ชุด ทำให้สามารถยกสินค้าได้สูงขึ้น โดยที่ความสูงของเสาขณะหดตัวอาจยังอยู่ในระดับที่เหมาะกับพื้นที่จำกัด

จึงเหมาะกับงาน เช่น

  • โกดังที่มีชั้นวางสินค้าสูง
  • คลังสินค้าที่มีพื้นที่แนวตั้งมาก
  • อาคารที่มีประตูหรือเพดานจำกัด
  • งานที่ต้องการทั้งความสูงในการยกและความคล่องตัว

หากต้องวางสินค้าหลายระดับ เสา 3 ตอนมักตอบโจทย์ได้มากกว่า

Full Free Lift คืออะไร

Full Free Lift หมายถึงระบบที่ช่วยให้ชุดงาสามารถยกขึ้นได้ช่วงหนึ่ง โดยที่ความสูงรวมของเสายังไม่เพิ่มขึ้นทันที

จุดเด่นคือเหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านความสูง เช่น

  • ภายในตู้คอนเทนเนอร์
  • รถบรรทุก
  • โกดังเพดานต่ำ
  • พื้นที่ที่มีประตูทางเข้าจำกัดความสูง

ตัวอย่างเช่น รถสามารถยกพาเลทขึ้นจากพื้นเพื่อจัดเรียงสินค้าได้ โดยที่ส่วนบนของเสายังไม่ยืดสูงไปชนเพดาน

เสา 2 ตอน กับ 3 ตอน ต่างกันอย่างไร

หลัก ๆ แตกต่างกันที่ จำนวนช่วงของเสาและความสามารถในการยกสูง

เสา 2 ตอน
เหมาะกับงานระดับความสูงทั่วไป โครงสร้างเรียบง่าย และพื้นที่ไม่มีข้อจำกัดมาก

เสา 3 ตอน
เหมาะกับการยกสินค้าขึ้นชั้นสูง และช่วยให้รถมีความสูงขณะหดเสาไม่มากเกินไปเมื่อเทียบกับความสูงยกที่ทำได้

ส่วน Full Free Lift เป็นคุณสมบัติด้านการยกงาโดยไม่เพิ่มความสูงเสาในช่วงแรก ซึ่งสามารถพบร่วมกับเสาบางรูปแบบได้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนตอนของเสาโดยตรง

ก่อนเลือกเสารถโฟล์คลิฟท์ควรดูอะไร

ควรพิจารณาอย่างน้อย 4 เรื่อง

  • ความสูงของชั้นวางสินค้า
  • ความสูงของประตูและเพดาน
  • ความสูงของรถเมื่อเสาหด
  • น้ำหนักและขนาดของสินค้าที่ต้องยก

โดยเฉพาะเมื่อยกสินค้าสูงขึ้น ความสามารถในการรับน้ำหนักของรถอาจลดลง จึงควรตรวจสอบ Load Capacity และ Load Center ตามข้อมูลของรถแต่ละรุ่นด้วย

สรุป

หากใช้งานทั่วไปและไม่ต้องยกสูงมาก เสา 2 ตอน อาจเพียงพอ แต่หากต้องทำงานกับชั้นวางสูงหรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านความสูง เสา 3 ตอน จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า

ส่วน Full Free Lift เหมาะอย่างยิ่งกับงานในพื้นที่เพดานต่ำหรือตู้คอนเทนเนอร์ เพราะช่วยยกงาขึ้นได้ก่อนที่เสาจะยืดตัวสูงขึ้น

การเลือกเสาที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้ง ความสูงในการยก ความสูงของพื้นที่ น้ำหนักสินค้า และลักษณะหน้างานจริง เพื่อให้รถโฟล์คลิฟท์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย.

ติดต่อเรา : www.liftmax.co.th