โฟล์คลิฟต์แต่ละชนิดเหมาะกับงานประเภทใดบ้าง?

โฟล์คลิฟต์แต่ละชนิดเหมาะกับงานประเภทใดบ้าง? 

รถโฟล์คลิฟต์ (Forklift) เป็นเครื่องจักรสำคัญในคลังสินค้า โรงงานผลิต ศูนย์กระจายสินค้า ร้านวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงห้างค้าปลีก เพราะช่วยยก เคลื่อนย้าย และจัดเก็บสินค้าให้เป็นระบบมากขึ้น แต่โฟล์คลิฟต์มีหลายชนิด หลายระบบพลังงาน และถูกออกแบบมาให้เหมาะกับงานต่างกันอย่างชัดเจน หากเลือกผิดประเภทอาจทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย การทำงานล่าช้า หรือเครื่องสึกหรอเร็วกว่าปกติ

บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่าโฟล์คลิฟต์แต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบใด เพื่อให้คุณเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้องที่สุด


1) โฟล์คลิฟต์ไฟฟ้า (Electric Forklift)

โฟล์คลิฟต์ไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทำงานเงียบ ไม่ปล่อยไอเสีย จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในอุตสาหกรรมสมัยใหม่

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • งานในคลังสินค้า

  • โรงงานอาหาร–ยา และอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาด

  • พื้นที่ในอาคารปิดหรือระบบควบคุมอุณหภูมิ

  • งานที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง เช่น รับของขึ้น–ลงชั้นวางสินค้า

ข้อดี

  • ไม่มีควันพิษ เหมาะกับอาคารปิด

  • เสียงเงียบ ลดมลภาวะทางเสียง

  • ควบคุมง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น

  • ค่าเชื้อเพลิงประหยัดกว่าในระยะยาว

ข้อจำกัด

  • ต้องชาร์จแบตเตอรี่

  • ไม่เหมาะกับงานกลางแจ้งที่มีสภาพพื้นไม่เรียบ

  • แบตหมดแล้วต้องพักเครื่องหรือมีแบตสำรอง


2) โฟล์คลิฟต์น้ำมันดีเซล (Diesel Forklift)

โฟล์คลิฟต์ประเภทนี้มีแรงยกสูง เหมาะกับงานหนักและพื้นที่ภายนอกอาคาร

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • ลานวัตถุดิบกลางแจ้ง

  • โรงงานผลิตวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ปูน อิฐ

  • สถานที่ที่ต้องยกน้ำหนักมากเป็นพิเศษ (4–10 ตันขึ้นไป)

  • อู่เรือ, คลังสินค้าโลจิสติกส์ใหญ่ ๆ

ข้อดี

  • กำลังแรง ยกของหนักได้ดี

  • เหมาะกับพื้นขรุขระหรือสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน

  • ทำงานต่อเนื่องได้ไม่ต้องพักชาร์จ

ข้อจำกัด

  • มีควันและเสียงดัง

  • ไม่เหมาะกับในอาคารหรือพื้นที่ปิด

  • ค่าเชื้อเพลิงสูงกว่าไฟฟ้า


3) โฟล์คลิฟต์แก๊ส LPG (LPG Forklift)

เป็นโฟล์คลิฟต์ที่ได้รับความนิยมเพราะผสมข้อดีของไฟฟ้าและดีเซลเข้าด้วยกัน

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • คลังสินค้า–อุตสาหกรรมทั่วไป

  • งานที่ต้องใช้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง

  • งานที่ต้องการเครื่องไม่แรงเกินไปแต่ทำงานต่อเนื่องได้

ข้อดี

  • เสียงเบากว่าดีเซล

  • ควันพิษน้อยกว่า แต่ยังไม่เหมาะกับห้องปลอดเชื้อ

  • ถังแก๊สเปลี่ยนง่าย ทำงานต่อเนื่องได้ดี

ข้อจำกัด

  • ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงมากกว่าระบบไฟฟ้า

  • ยังมีการปล่อยก๊าซ ไม่เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหารบางประเภท


4) Reach Truck

Reach Truck คือโฟล์คลิฟต์สำหรับทำงานในคลังสินค้าที่มีชั้นวางสูงและพื้นที่แคบ

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • คลังสินค้าที่มีชั้นวางสูง 6–12 เมตร

  • พื้นที่ทางเดินแคบ (Narrow Aisle)

  • ศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์

ข้อดี

  • ยกสูงได้มากกว่ารถยกทั่วไป

  • ใช้พื้นที่ทางเดินแคบ ลดพื้นที่คลังสินค้า

  • คล่องตัวสูง

ข้อจำกัด

  • ไม่เหมาะกับพื้นขรุขระ ใช้ได้เฉพาะในร่ม

  • ยกของหนักแบบโหลดสูงบางครั้งต้องระวังสมดุล


5) Stacker (Semi-Electric / Full Electric Stacker)

Stacker เป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่า Reach Truck เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก–กลาง

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • ร้านค้าส่ง–ค้าปลีกที่มีชั้นวางสินค้าไม่สูงมาก

  • คลังสินค้าขนาดกลาง

  • พื้นที่ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องยกของสูง

ข้อดี

  • ราคาย่อมเยา

  • ใช้งานในพื้นที่แคบได้

  • เหมาะสำหรับงานที่ไม่หนักมาก

ข้อจำกัด

  • ความสามารถในการยกน้อยกว่า Reach Truck

  • ไม่เหมาะกับงานหนักหรือยกสินค้าที่มีน้ำหนักสูง


6) Pallet Truck (Hand Pallet / Electric Pallet Truck)

ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายพาเลทในระยะสั้นและพื้นที่ราบ

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • คลังสินค้าที่ต้องเคลื่อนย้ายสินค้าในระดับพื้น

  • ซูเปอร์มาร์เก็ต–ร้านค้าปลีก

  • พื้นที่ที่ไม่ต้องยกสูง

ข้อดี

  • ราคาถูก ใช้งานง่าย

  • เครื่องเล็ก คล่องตัวในพื้นที่แคบ

  • เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้ายสินค้าน้ำหนักมากในระดับพื้น

ข้อจำกัด

  • ยกสูงไม่ได้

  • ไม่เหมาะกับพื้นขรุขระ


7) VNA (Very Narrow Aisle Forklift)

เป็นโฟล์คลิฟต์เฉพาะทางสำหรับคลังสินค้าที่มีพื้นที่จำกัดมาก

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • โกดังแบบสูง (High Racking Warehouse)

  • ทางเดินแคบมาก

ข้อดี

  • ประหยัดพื้นที่คลัง

  • ยกสูงคล่องตัว

ข้อจำกัด

  • ราคาแพง

  • ต้องมีการออกแบบผังคลังให้เหมาะเฉพาะทาง


8) Rough Terrain Forklift

โฟล์คลิฟต์สำหรับพื้นที่หน้างานก่อสร้าง พื้นไม่เรียบ หรือพื้นที่กลางแจ้ง

เหมาะสำหรับงานประเภท

  • งานก่อสร้าง

  • ฟาร์ม, ไซต์งานกลางแจ้ง

  • พื้นดินขรุขระ–ชื้นแฉะ

ข้อดี

  • ล้อใหญ่ พื้นที่สมบุกสมบัน

  • ยกของหนักในสภาพแวดล้อมยากได้ดี

ข้อจำกัด

  • ไม่เหมาะกับในร่ม

  • ราคาและค่าบำรุงรักษาค่อนข้างสูง


สรุป : เลือกโฟล์คลิฟต์อย่างไรให้ตรงงานที่สุด

ประเภทโฟล์คลิฟต์เหมาะสำหรับงาน
ไฟฟ้าคลังสินค้าในร่ม อาหาร–ยา เสียงเบา
ดีเซลงานหนัก กลางแจ้ง พื้นขรุขระ
LPGใช้ได้ทั้งในร่ม–กลางแจ้งทั่วไป
Reach Truckคลังสินค้ายกสูง พื้นที่แคบ
Stackerร้านค้า–โกดังขนาดกลาง งบน้อย
Pallet Truckเคลื่อนย้ายในระดับพื้น
VNAคลังสต็อกสูง–พื้นที่จำกัดมาก
Rough Terrainหน้างานก่อสร้าง พื้นยากลำบาก

แนะนำเว็บไซต์ : www.liftmax.co.th สำหรับคนที่สนใจ ซื้อ เช่า รถโฟล์คลิฟ และ อบรม