กฎหมายรถโฟล์คลิฟท์ครอบคลุมสถานประกอบกิจการประเภทใดบ้าง

รถโฟล์คลิฟท์ หรือที่กฎหมายเรียกว่า “รถยก” เป็นเครื่องจักรที่ใช้ยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของ หากสถานประกอบกิจการมีลูกจ้างใช้รถยกในการทำงาน นายจ้างต้องดำเนินการตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่

กฎหมายจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่าเป็นโรงงานหรือไม่ แต่พิจารณาจากลักษณะการทำงานและการใช้รถยกภายในสถานประกอบกิจการเป็นหลัก

สถานประกอบกิจการที่มักมีการใช้รถโฟล์คลิฟท์

ข้อกำหนดเกี่ยวกับรถยกสามารถเกี่ยวข้องกับสถานประกอบกิจการหลายประเภท เช่น

  • โรงงานอุตสาหกรรมและสายการผลิต
  • คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
  • ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์
  • ห้างค้าส่ง ร้านวัสดุก่อสร้าง และศูนย์จำหน่ายสินค้า
  • ห้องเย็นและคลังอาหาร
  • ท่าเรือ ลานขนถ่าย และพื้นที่รับ–ส่งสินค้า
  • โครงการก่อสร้างและพื้นที่จัดเก็บวัสดุ
  • กิจการเกษตรและโรงงานแปรรูปที่ใช้รถยก
  • ศูนย์บริการหรืออู่ที่มีการขนย้ายวัสดุด้วยรถยก

แม้สถานที่นั้นจะไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงงาน แต่หากมีการใช้รถยกโดยลูกจ้าง ก็ยังควรตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องดูแลเรื่องใดบ้าง

นายจ้างต้องจัดให้การใช้รถยกเป็นไปอย่างปลอดภัย เช่น ตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งาน จัดพื้นที่และเส้นทางเดินรถ ติดตั้งสัญญาณเตือน แสดงพิกัดน้ำหนักยก และควบคุมไม่ให้บรรทุกเกินกำหนด

นอกจากนี้ ลูกจ้างที่จะทำหน้าที่ขับรถยกไฟฟ้าหรือรถยกเครื่องยนต์ต้องผ่านการฝึกอบรมตามประเภทของรถยกและหลักสูตรที่กำหนด โดยปัจจุบันกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีระบบรายชื่อผู้ให้บริการฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตด้วย

ใช้รถยกภายในพื้นที่ส่วนตัว ต้องปฏิบัติตามหรือไม่

แม้รถยกจะใช้งานเฉพาะภายในโรงงาน คลังสินค้า หรือลานส่วนตัว ไม่ได้ขับบนถนนสาธารณะ นายจ้างก็ยังมีหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยในการทำงาน เพราะความเสี่ยงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากรถพลิกคว่ำ สินค้าตกหล่น การชนคน หรือการชนกับโครงสร้างภายในพื้นที่

ดังนั้น การใช้รถเฉพาะภายในสถานประกอบกิจการไม่ได้ทำให้พ้นจากข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการทำงาน

สรุป

กฎหมายรถโฟล์คลิฟท์ครอบคลุมสถานประกอบกิจการทุกประเภทที่มีลูกจ้างใช้รถยกในการทำงาน ไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่รวมถึงคลังสินค้า ธุรกิจโลจิสติกส์ ร้านค้าส่ง โครงการก่อสร้าง ห้องเย็น และกิจการอื่นที่มีการยกหรือเคลื่อนย้ายสินค้า

นายจ้างควรจัดให้ผู้ขับผ่านการอบรม ตรวจสอบรถและพื้นที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายและประกาศฉบับปัจจุบัน เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคนในสถานประกอบกิจการ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านความปลอดภัย ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้จริง

ติดต่อเรา : www.liftmax.co.th